Thursday, February 22, 2007

คอนโดวัน ดันเรตติ้ง แสนสิริ เพอร์เฟค พลิกรับรู้รายได้ 3.3 พันล้าน

"ทริสเรทติ้ง" ประกาศจัดอันดับเครดิต "แสนสิริ" ของ เศรษฐา ทวีสิน ที่ระดับ "BBB" แนวโน้ม Stable หรือคงที่ สะท้อนสถานะผู้นำในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะตลาดคอนโดฯ ระดับกลาง และมีแนวโน้มว่าอันดับเครดิตอาจเปลี่ยนแปลงเป็น "บวก" หากเพิ่มทุนเป็น 2 เท่าของทุนได้ตามแผนทริสระบุว่า แสนสิริแนวโน้มอันดับเครดิต "stable" มาจากความคาดหวังว่าบริษัทจะยังสามารถบริหารการก่อสร้างโครงการคอนโดฯ ได้ตามแผน ณ เดือนกันยายน 2549 แสนสิริมีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดฯ สำหรับขาย 43 โครงการ มูลค่ารวม 43,547 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 58% คอนโดฯ 30% และทาวน์เฮาส์ 9% ราคาขายเฉลี่ยลดลงเป็น 5.6 ล้านบาท/หน่วย ชี้ให้เห็นว่าหันไปเน้นตลาดระดับปานกลางมากขึ้น ณ เดือนกันยายน 2549 แสนสิริมียอดขายรอรับรู้รายได้ 15,000 ล้านบาท มีมูลค่าโครงการพร้อมขาย 15,662 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 82% คอนโดฯ 11% และทาวน์เฮาส์ 3%ช่วง 9 เดือนแรกปี 2549 แสนสิริมีอัตราการเติบโตของยอดขายบ้านและคอนโดฯ สูงกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม มาจากความสำเร็จของสินค้าใหม่ คือ "คอนโดวัน" และการเปิดตัว โครงการอย่างต่อเนื่อง มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 6,569 ล้านบาทในปี 2547 เป็น 9,910 ล้านบาทในปี 2548 และ 8,092 ล้านบาท ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2549 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 26% จาก 6,430 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของ ปี 2548แม้ความสามารถในการทำกำไรจะปรับตัวดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 25%-28% อัตรากำไรจากการดำเนินงานประมาณ 10% ระหว่างปี 2548-2549 แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการควบคุมต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าโสหุ้ย นอกจากนี้การมีโครงการจำนวนมากแต่ล้วนมีขนาดเล็ก ทำให้ไม่สามารถสร้างประโยชน์การประหยัดจากขนาด (economy of scale) ได้ อีกทั้งการแข่งขันในตลาดพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นสัดส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของ แสนสิริ ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 49% ณ เดือนกันยายน 2549 แต่การพัฒนาคอนโดวันและโครงการคอนโดฯ อื่นๆ มียอดรอส่งมอบ 9,000 ล้านบาท จะทำให้ต้องใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างอย่างต่ำ 3,000 ล้านบาท และมีแผนเพิ่มทุนอีก 1 เท่าเป็น 12,608 ล้านบาท โดยขายหุ้นทุนแบบเฉพาะเจาะจง 6,304 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายโครงการ และรักษาสัดส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับที่ไม่ตึงตัวจนเกินไปที่ 1 เท่าในส่วนของ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟคฯ ของ ชายนิด โง้วศิริมณี ฟิทช์ เรทติ้งส์ ระบุถึงสาเหตุที่ปรับลดอันดับเครดิต เพราะนอกจากผลประกอบการต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และการเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนหนี้สินในปี 2549 ทำให้มีความคล่องตัวทางการเงินลดลง และมีความเสี่ยงในการกู้เงินใหม่เพื่อชำระคืนหนี้เดิม (refinancing risk) แล้ว ยอดขายและกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ยังลดลงมาก โดยเฉพาะช่วง 9 เดือนแรก มียอดขายลดลง 17% และ EBITDA ลดลง 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียว กันของปีก่อน จากการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาฯ ต้นทุนค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และแข่งขันที่รุนแรงขึ้นผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2549 น่าจะมียอดขายและ EBITDA ดีขึ้น และคาดว่าในปี 2550 จะมีผลประกอบการดีขึ้นมาก จากยอดขายที่ยังไม่ได้รับรู้เป็นรายได้ที่ 3.3 พันล้านบาท ณ สิ้น ปี 2549 ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2550 เป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้การที่มีแผนการซื้อที่ดินลดลง และคาดว่าบริษัทจะงดจ่ายเงินปันผลในปี 2550 น่าจะทำให้หนี้สินสุทธิของบริษัทลดลง โดย อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (Net Debt to Ebitda) น่าจะลดมาอยู่ที่ 7 เท่า ภายในสิ้นปี 2550ทั้งนี้ การแข่งขันในธุรกิจอสังหาฯ ที่รุนแรงขึ้น น่าจะกระทบกระแสเงินสดของเพอร์เฟ็กต์ แม้บริษัทจะมีเงินสด 313 ล้านบาท และวงเงินที่สามารถเบิกจ่ายได้จากธนาคาร 2.8 พันล้านบาท ถ้าบริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และมีอัตราส่วนหนี้สินลดลงจะช่วยให้เครดิตปรับตัวดีขึ้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ (19 กุมภาพันธ์ 2550)

Wednesday, February 21, 2007

เทคนิคเลือกซื้อห้องชุดมือแรก

การประชาสัมพันธ์การขายโครงการอาคารชุดของผู้ประกอบการโครงการจะพบว่า โครงการอาคารชุดซึ่งได้รับความนิยมเป็นที่ต้องการของตลาดและผู้สนใจซื้ออาคารชุด มักอยู่ในบริเวณชุมชน การคมนาคมสะดวก เข้า - ออก ถนนสำคัญ ๆ หลายทาง ใกล้แหล่งความเจริญทั้งโรงพยาบาล ศูนย์การค้า และสถาบันการศึกษา เป็นต้น
ยิ่งบริเวณถนนเกาะติดแนวรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดินยิ่งจะมีผู้สนใจจับจองซื้อเป็นจำนวนมากเพราะเดินทางสะดวกคล่องตัว อีกทั้งใกล้สถานที่ทำงาน
เปิดตัวขายโครงการไม่กี่วันก็ขายหมด
ปัจจุบันต้องยอมรับว่ามีบริษัทผู้ประกอบการโครงการอาคารชุดหลงเหลืออยู่ในตลาดไม่กี่รายที่หันมาเอาดีกับการพัฒนาที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารสูงประเภทอาคารชุดเสนอราคาขายต่อผู้บริโภค
บริษัทลุมพินี ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถือว่าเป็น ""เจ้าพ่อคอนโดมิเนียมตัวจริง"" เพราะดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภท ""คอนโดมิเนียม"" เพียงอย่างเดียว
ประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการอาคารชุดของบริษัทแอล.พี. เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ถือว่ามีมานาน ประสบการณ์ความชำนาญเฉพาะด้านมีมากกว่า 20 ปี
ถัดมาเป็นของค่ายบริษัทศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งพัฒนาก่อสร้างโครงการอาคารชุด เฉพาะบริเวณสำคัญ ๆ เท่านั้น มีโครงการอาคารชุด จำนวนหลายแห่งซึ่งบริษัทดังกล่าวพัฒนาขึ้นมาเพื่อเสนอราคาต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
เป็นรองเรื่องจำนวนโครงการซึ่งพัฒนาก่อสร้างต่างกับบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)
อีกบริษัทซึ่งน่าติดตามได้แก่ บริษัทพลัส พร็อพเพอร์ตี้ พาร์ท จำกัด ในเครือของบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการอาคารชุดภายใต้แบรนด์ ""คอนโดวัน"" เกาะติดแนวรถไฟฟ้าเป็นหลัก ประสบการณ์ ความชำนาญด้านการพัฒนาโครงการอาคารชุดถือว่า ""ไม่เป็นรองใคร"" เช่นเดียวกัน
อีกบริษัทผู้ประกอบการณ์โครงการประเภท""น้องใหม่"" ได้แก่ บริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล้ากระโดดมาเล่นตลาดคอนโดมิเนียมเหมือนผู้ประกอบการโครงการรายต่าง ๆ ข้างต้น ชูแบรนด์ ""เอสเปซ""
เราๆ ท่าน ๆ พบเห็นบริษัทผู้ประกอบการโครงการอาคารชุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวนกว่า 4 ราย ยังมีบริษัทเอกชนอีกจำนวนไม่น้อยที่หันมาเอาดีด้านการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ประเภท ""อาคารชุด"" อีกหลายบริษัท ดังนั้น จึงไม่แปลกซึ่งผู้บริโภคทั่วไปซึ่งสนใจจะเลือกซื้อคอนโดมิเนียมหรือห้องชุด จึงมีสิทธิ์พิจารณาเลือกซื้อคอนโดมิเนียมได้อย่างจุใจ
ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจสงสัยว่าด้วยเหตุใดผู้บริโภคจึงให้ความสนใจเลือกซื้ออาคารชุดกันมากขึ้น มี ""คำตอบ"" ที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่ข้อ อาทิ
1.สะดวกสบายใกล้ที่ทำงานและชุมชน
2.ดูแลรักษาห้องชุดง่ายกว่าบ้านเพราะพื้นที่ใช้สอยไม่มาก
3.สนนราคาไม่แพงเกินกำลังผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน
4.มีระบบรักษาความปลอดภัยทั้งพนักงานรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราและระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
5.การบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางและทรัพย์ส่วนบุคคล มีเจ้าหน้าที่และนิติบุคคลอาคารชุดดูแลให้
ปัจจุบันท่านผู้อ่านคงมองเหมือนผมอยู่เรื่องหนึ่ง ได้แก่ จะมีแนวทางพิจารณาเลือกซื้อห้องชุด (มือแรก) จากบริษัทผู้ประกอบการโครงการข้างต้นอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ถูกหลอกลวง ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากบริษัทผู้ประกอบการโครงการ
ก่อนที่ผมจะมีข้อแนะนำให้ท่านพิจารณาในการตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมหรือห้องชุดมือแรกให้เกิดประโยชน์ต่อท่านสูงสุดผมขอเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบในเบื้องต้นก่อนว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ได้ออกประกาศให้การเลือกซื้อขายห้องชุด เป็น ธุรกิจควบคุม เมื่อปี พ.ศ.2547
ผู้ประกอบการโครงการอาคารชุดทุกรายมีหน้าที่และจำเป็นต้องอาศัย""สัญญาจะซื้อจะขายอาคารชุดหรือห้องชุด"" ที่เป็นมาตรฐาน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนด
ข้อสัญญาใดที่เอารัดเอาเปรียบต่อผู้บริโภคหรือผู้จะซื้อห้องชุดถือว่าข้อสัญญานั้นไม่มีผลใช้บังคับใช้ทางกฎหมาย
ถ้าผู้ประกอบการโครงการไม่ปฏิบัติตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดข้อสัญญาซึ่งไม่เป็นธรรมหรือ เป็นการเอารัดเอาเปรียบต่อผู้บริโภค ท่านสามารถร้องเรียนไปได้ที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคได้โดยตรง
ประกาศดังกล่าวของสคบ. ข้างต้น ถือเป็นการป้องกันมิให้ผู้บริโภคหรือผู้สนใจจะซื้อเกิดความเสียหายจากการซื้อคอนโดมิเนียมกับผู้ประกอบการโครงการ
สำหรับบางท่านซึ่งสนใจลงทุนซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อสร้างกำไรจากการปล่อยให้เช่าหรือถือครองไว้สักระยะเวลาหนึ่งแล้วค่อยขายเพื่อทำกำไรในอนาคต ผมมีข้อแนะนำให้ท่านพิจารณา ดังนี้
1.มองเรื่องทำเลที่ตั้งโครงการเป็นลำดับแรก เพราะทำเลที่ตั้งโครงการดี ใกล้แหล่งชุมชนความเจริญ จะสามารถพิจารณาปล่อยให้เช่า หรือขายเอากำไรได้ดีพอสมควร
2.มองเรื่องราคาต่อตารางเมตร และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการที่จะให้บริการต่อเจ้าของร่วมและผู้พักอาศัยได้มากน้อยเพียงไร
3.มองเรื่องค่าใช้จ่ายการบริการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร มีอัตราการเรียกเก็บเหมาะสมสอดคล้องกับรายจ่ายซึ่งเกิดขึ้นอย่างเพียงพอหรือไม่
สำหรับท่านผู้อ่านซึ่งกำลังมองหา""คอนโดมิเนียม"" เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริงต่อจากนั้นไปอีก 10- 20 ปี ข้างหน้า ผมมีคำแนะนำในการพิจารณาเลือกซื้ออาคารชุดหรือห้องชุดดังต่อไปนี้
1.ศึกษาข้อมูลของผู้ประกอบการโครงการอาคารชุดว่าเป็นอย่างไร
โดยนำหัวข้อต่างๆ เหล่านี้มาใช้เป็นข้อมูลพิจารณา อาทิ ประสบการณ์ ความชำนาญ และชื่อเสียงของผู้ประกอบการโครงการ ลองสำรวจตรวจสอบกับผู้ซื้ออาคารชุดหรือห้องชุดในโครงการซึ่งขายไปหมดแล้วว่า ผู้ประกอบการโครงการดำเนินธุรกิจตรงไปตรงมาหรือไม่
2.ศึกษาและตรวจสอบรายละเอียดของเนื้อหาสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ห้องชุดว่าเป็นธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ผมให้ความสำคัญกับระยะเวลาการก่อสร้างสามารถจะก่อสร้างแล้วเสร็จตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่และรายละเอียดประกอบสัญญา ได้แก่ รายการวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้างอาคารชุด ตรงตามสัญญาหรือไม่ ระยะเวลาการรับประกันความเสียหายจากหารชำรุดบกพร่องของทรัพย์ส่วนบุคคลและทรัพย์ส่วนกลาง เป็นต้น
3.ตรวจสอบรายการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รายการทรัพย์ส่วนกลางจดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ทรัพย์ส่วนกลางหรือทรัพย์ส่วนบุคคลของผู้ประกอบการโครงการ
ก่อนที่ท่านผู้จะซื้อห้องชุดจะตรวจรับมอบห้องชุดจากผู้จะขายหรือผู้ประกอบการโครงการผมให้คำแนะนำท่านให้แวะไปสอบถามรายการจดทะเบียนทรัพย์ส่วนกลางและทรัพย์ส่วนบุคคลว่ามีรายการใดบ้าง กับพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินซึ่งโครงการอาคารชุดตั้งอยู่
""ทรัพย์ส่วนกลาง"" เป็นทรัพย์ซึ่งเจ้าของร่วมมีสิทธิ์ในการใช้ประโยชน์ร่วมกันและเจ้าของร่วมเป็นเจ้าของโดยมีนิติบุคคลอาคารชุดเป็นผู้ดูแลบำรุงรักษาด้วยค่าใช้จ่ายร่วมกันของเจ้าของร่วมทุกคนภายในอาคารชุด
""ทรัพย์ส่วนบุคคล"" ได้แก่ห้องชุดโดยมีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแสดงเป็นหลักฐาน คอนโดมิเนียมบางแห่งจดทะเบียนที่จอดรถยนต์ไว้เป็นทรัพย์ส่วนบุคคล บางแห่งจดทะเบียนเป็นทรัพย์ส่วนกลาง
4.อัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลางและกองทุนของนิติบุคคลอาคารชุดเหมาะสมสอดคล้องกับงบประมาณรายจ่ายการบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางหรือไม่
ผู้บริโภคหรือผู้จะซื้อบางท่านมองว่าอัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลาง หรือเงินกองทุนซึ่งนิติบุคคลอาคารชุด (ผู้ประกอบการโครงการ) เรียกเก็บกับผู้จะซื้อ ""ราคาถูกกว่าโครงการอื่น"" อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกซื้ออาคารชุดแห่งนั้นนะครับ
ขอให้ท่านพิจารณาประเมินรายรับค่าใช้จ่ายส่วนกลางกับรายจ่ายอันเกิดจากการบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางในเบื้องต้นก่อนว่ามีความสอดคล้องกันมากน้อยแค่ไหน อัตราค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ""ถูก"" หรือ ต่ำกว่าความเป็นจริงจะเป็นตัวฉุดมูลค่าของโครงการมากพอสมควร
5.ตรวจสอบรายการจดทะเบียนถนน หรือซอยทางเข้าโครงการที่ตั้งอาคารชุดกับพนักงานเจ้าหน้าที่ ""กรมที่ดิน""
ถามว่าทำไมผู้บริโภคหรือผู้จะซื้อจะต้องตรวจสอบรายการจดทะเบียนของถนนหรือซอยเข้าภายในโครงการซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารชุดด้วย เนื่องจากเคยมีปัญหาพิพาทระหว่างผู้ประกอบการโครงการกับผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินประเภทถนนหรือซอยเข้าภายในโครงการมาก่อน
กรณีถนนหรือซอยเข้าภายในโครงการได้รับการจดทะเบียนให้เป็นสาธารณะประโยชน์ปัญหาพิพาทจะไม่พบให้เห็นแต่กรณีจดทะเบียนเป็นภาระจำยอมให้ถนนหรือซอยเป็นการใช้ประโยชน์ของผู้คนภายในซอยก็ไม่พบเห็นปัญหา
ปัญหาที่เกิดขึ้นมักได้แก่ถนนหรือซอยทางเข้าออกของโครงการไม่ได้จดทะเบียนเป็นทั้งสาธารณะประโยชน์และภาระจำยอมแต่จดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เวลาหมดสัญญาระหว่างกันวันนั้นจะเกิดปัญหาต่อผู้จะซื้อห้องชุดหรือผู้เป็นเจ้าของร่วม
]
http://www.bangkokbiznews.com/2006/11/09/WW62_6203_news.php?newsid=3312
ที่มา: พิสิฐชูประสิทธิ์ นายกสมาคมนักบริหารอาคารชุดและหมู่บ้านจัดสรร
pisit_peterandpaul @ hotmail.com

Sunday, February 18, 2007

NEW Project-Metro Avenue Sukhumvit66

NEW Project-Metro Avenue Sukhumvit66


Location
• Sukhumvit Rd, Bangna Bangkok Tel. 0-2632-0222 Fax. 0-2632-1380
Land Area
• 4-2-32 Rai
Construction Started
• 2007
Expected Completion
• 2009
Financial Support
• Tisco
Residential Type
• Condominium 25 Storey 1 Tower/26 Storey 1 Tower
Total Units
• 654 Units
Room Type
• Studio , size 32 sq.m.• 1 Bedroom , size 43 sq.m.• 2 Bedrooms, size 65 sq.m.
Facilities
• Tropical Garden , Swimming Pool, Fitness RoomLobby and Club House• 3 Passenger Lifts• 1 Service Lift• Direct Telephone Line
Security
Personnel Protection System • CCTV • 24 hours Security guards • Key Card Access • Generator for emergency use

Fire Protection System
• Sprinkle • Heat Detector • Smoke Detector • Fire Hose Cabinet • Manual Station • Fire Alarm • Fire Pump • Emergency Light

Housing market 'could contract'

The Kasikorn Research Centre (KResearch) expects that housing completions in Bangkok and the surrounding area may reach between 74,500 and 77,500 units this year.
The lower figure would represent market shrinkage of minus 0.7 per cent over the 75,000 units completed last year and the higher figure 3.3-per-cent growth. KResearch says investment in the real-estate sector this year may grow 2.5-4.3 per cent, compared with last year's growth of 3.1 per cent. The best-case scenario supposes that investment in condominium projects will continue, buoyed by an upward economic trend.
However, the worst-case scenario is based on the assumption that political setbacks will continue to affect both the economic situation and consumer confidence, biting into consumers' future incomes.
Worse still, it says measures to control baht speculation and changes to the Foreign Business Act may also become hindrances to foreign investment in the real-estate industry.
One point it says real-estate developers and buyers should consider is that developing projects or making decisions to buy homes based on government projects needs careful forethought.
It gives Suvarnabhumi Airport and the expansion of the rapid-transit route as examples, saying real-estate projects near Suvarnabhumi Airport are beginning to experience stagnating sales, while the Cabinet's approval of five rapid-transit rail routes in Bangkok will probably have a positive effect on the property market.
KResearch warns that in considering the potential of a given location, real-estate entrepreneurs and buyers need to look at other factors and estimate risks if designated routes are revised.

Prices rise at Supalai Park estate

Prices rise at Supalai Park estate
Srinakarin units now sell from Bt1.4 million
One of the latest behemoth high-rise projects offered in the eastern suburbs is Supalai Park Srinakarin, which will house about 1,500 freehold condominiums when it is completed in 2009.
The massive structure will include two towers, both rising 25 floors, with the units facing either north or south.
The buildings are joined by a large podium that will also house a car park, clubhouse and a gigantic swimming pool measuring 6 metres by 62 metres.
The length should please serious swimmers, as it exceeds the standard Olympic pools, which are 50-metres long.
Parking is on the first three floors, with residential units being constructed from the fourth floor.
Its sales office at the site will provide visitors a model of how the project looks on its 13.5-rai plot.
The estate has a single gateway, which provides better security, facing Srinakarin Road, a frequently jammed area at peak hours as a result of the explosion of new housing projects now building along this road.
Supalai has designed rather simple units, which should suit undemanding buyers. The bedrooms and living rooms are well proportioned. Some balcony spaces are provided, though they will share the space with pantry areas in studio units.
Studios are 35 square metres while other units cover 52 square metres and 84 square metres.
Very few large units are available and currently the one remaining "penthouse", covering about 125 square metres, is selling for Bt5. 4 million.
The majority of the units are small, however, with prices starting at Bt1.43 million. Buyers may have read billboards or brochures that say prices start from Bt 1 million.
That of course, is no longer true. As with most cases pertaining to marketing ploys, developers seldom worry too much about impromptu price adjustments. Still, Supalai is a trusted name and their construction is usually reliable, though its condo designs are purely for middle-class buyers, who are easier to satisfy and whose demands are rudimentary.
For instance, the bathrooms in the three types of apartments are on the modest scale, with no room for a bathtub. The price of the units include air-conditioners and pantry but it does not include any built-in furniture.
In a recent interview, Prateep Tangmatitham, chairman of Supalai said the publicly listed company should record strong profits again this year.
With projects such as Supalai Park Srinakrin, the company is expected to post solid income in the next three to four years, as the projects are completed and transferred to buyers.
Its City Home projects on Sukhumvit 101/2 and at Rachadapisek were both fully booked within a short period of being launched two years ago. The two projects house more than 1,300 residential condominium units. Its four-tower Casa Riva luxury project off Rama III Road is also selling well, he said.

The nation news

Siam@Siam upbeat on hotel sector

Siam@Siam upbeat on hotel sector
Siam@Siam Design and Spa Hotel believes the political turmoil will not hurt the lodging business and expects to earn revenues of Bt170 million in its first year of operation.
General manager Sanya Saengboon said last week that the overall tourism business would grow as expected throughout the year despite the political unrest in the Kingdom.
Of the company's revenue target, 70 per cent is expected to come from guest rooms and 30 per cent from the food and beverage department.
Occupancy is expected to be only 50 per cent in the first year, compared to more than 90 per cent enjoyed by most of the hotels located along Rama I, Rajprasong and Sukhumvit roads.
The Bt600-million hotel had its soft opening on December 15 and plans to hold its grand opening on March 23.
The property is the latest project of automobile tycoon Phonpinit Phornprapha.
The family has been operating a hotel in Pattaya - the Tropicana - for three decades. It also runs an inbound travel agency and golf course.
Sanya said the hotel targeted 70 per cent Western tourists particularly from Germany, Switzerland and other European countries. The rest would come from Asia and Oceania.
The hotel is offering an introductory room rate of Bt2,100 per night.
With 203 trendy-looking rooms, a spa and a "party house," the hotel is focusing on young individual tourists who prefer to make their own travel plans and bookings.

The Nation news

คู่มือการกู้เงินซื้อบ้าน

คู่มือซื้อบ้านฉบับนี้มาจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ เนื้อหามีประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังจะคิดซื้อบ้านและคอนโดเป็นอย่างมาก และถ้าจะนำความรู้ไปใช้การกู้ซื้อบ้านได้อย่างแน่นอน

1. ตรวจความพร้อมก่อนซื้อบ้าน การมีบ้านในฝันเป็นองตัวเอกสักหลัง คือความฝันของคุณใช่ใหม แต่ก่อนที่จะล่าฝันเพื่อบ้านสวยลองสำรวจควมพร้อมของตัวคุณสักนิด ฟิตทุกอย่างให้พร้อมก่อนซื้อบ้าน...
2. การงานมั่นคง บ้านสมดังใจ หากคุณตกลงใจที่จะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านของคุณแล้ว อาชีพการงานก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเพอใช้ประกาอบการพิจารราให้กู้เงินของธนาคาร อยากรู้แล้วใช่ใหม่ว่าแบบใหนที่เรียกว่ามั่นคง...
3. เครดิตดี มีชัยไปกว่าครึ่ง เรื่องเครดิตก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะมองข้ามไปไม่ได้เลย เพราะถ้าเครดิตคุณดีแล้ว อะไรๆ ก็จะดูดีตามไปด้วย แล้วคุณรู้ไหมว่า เครดิตดีต้องพิจารณามาจากอะไรบ้าง
4. เครดิตไม่เข้าตาธนาคารจะพิจารณาอะไรแทนได้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเครดิต "อย่าพึ่งคิดน้อยใจ" ยังมีทางเลือกอื่นๆ ไว้ให้คุณอยู่ เพื่อเปิดโอกาสไม่ให้คุณพลาดบ้านในฝันของคุณไปอย่างน่าเสียดาย
5. เก็บหอมรอบริบ พิชิตเงินดาวน์ คุณสู้อุตสาห์เก็บเงินมาแรมปี หวังว่าจะมีเงินไว้ดาวน์บ้านในฝันสักหลังหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มั่นใจใช่ใหมว่าเงินออมที่คุมีอยู่เพียงพอที่จะเปลี่ยนเป็นเงินดาวน์ให้คุณได้หรือไม่ ไปดูกันเลยดีกว่า
6. สำรวจกระเป๋า ผ่อนหนัก ผ่อนเบาก็สบาย เรื่องเงินในกระเป๋าก็สำคัญไม่เบาทีเดียว คุณจะกู้ระยะสั้นหรือยาว เงินทุนในกระเป๋าจะเป็นตัวกำหนด ลองมาตรวจดูกันดีกว่าว่าเพียงพอกับการชำระงวดสินเชื่อในแต่ละเดือนหรือไม่
7. เงินงวดรายเดือน ใช้หลักอะไรคิดคำนวณ คุณสงสัยใช่ใหมว่าการคิดคำณวนเงินงวดรายเดือน ที่คุณต้องชำระให้กับธนาคารนั้นเป็นเงินเท่าไหร่ แล้วคิดกันอย่างไร ไม่ใช่เรื่องยากเพราะมีวิธี
8. คลายข้อสงสัย ทำไมต้องประเมินราคาทรัพย์สิน คงเป็นเรื่องที่ยังคลางแคลงใจของใครอีกหลายคน รวมทั้งตัวคุณด้วยว่าทำไมต้องประเมินราคาบ้าน และหลังประเมินแล้วจะมีผลอะไรบ้าง อยากคลายข้องสงสัย อ่านไปใครจะเข้าใจกระจ่าง
9. รู้เกณฑ์อนุมัติ กู้ถนัดยิ่งขึ้น เมื่อคุณทำเรื่องยื่นขอกู้ คงหนีไม่พ้นข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในใจของคุณว่าธนาคารใช้อะไรเป็นเกณฑ์วัดว่าคุณจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อในครั้งนี้ แต่ถ้าคุณทราบเคล็ดไม่ลับนี้แล้ว บ้านที่คุณฝันก็จะเป็นของคุณได้ไม่ยากเลย
10. คิดคำนวณเงินกู้ มีตัวอย่งให้ดูง่ายๆ ไม่ว่าคุณจะมีรายได้ประจำหรือรายได้อิสระ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็มีวิธีคำนวณเพื่อการซื้อบ้านและกู้เงินมาฝากเพื่อให้คุณนำไปเป็นตัวอย่างในการคำนวณเงินกู้ได้อย่างสบายๆ
11. สอบถามให้ชัด ทำไม ธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ คงคงต้องเดินคอตกกลับไป ถ้าธนาคารไม่อนุมัติเงินกู้ให้คุณ แต่อย่าเพิ่งเสียใจ ถามพนักงานสินเชื่อให้ชัดว่าทำไมคุณจึงไม่ได้รับการอนุมัติในครั้งนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ของคุณในการกู้ครั้งต่อไป
12. สิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อความพร้อมมีเกินร้อย เมื่อคุณมั่นใจว่าพร้อมเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้แล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือ การเสาะหาบ้านในฝันของคุณ และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ก็มีข้อมูลดีๆ หลายช่องทางมานำเสนอเป็นทางเลือกสำหรับคุณ
13. หาข้อมูลให้แน่น ถ้ายังไม่แม่นเรื่องซื้อบ้าน หากคุณยังสงสัยหรือไมมั่นใจเรื่องของการซื้อบ้านและการขอสินเชื่อ รีบอ่านตรงนี้ มีคำแนะนำดีๆ มาฝากคุณ
14. วิธียื่นกู้ ทีรู้วงเงินทันใจ ถ้าคุณอยากรู้วงเงินในเบื้องต้น แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง คุณไม่ควรพลาดข้อมูลต่อไปนี้
15. ต้องรอนานแค่ไหน กว่าจะได้เข้าบ้าน อากาศร้อนๆ แบบนี้ ใครๆ ก็อยากได้บ้านสักหลัง ไว้หลบร้อน ยิ่งได้เร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ธนาคารอาคารสงเคราะห์มีวิธีการเตรียมตัวดีๆ มากฝากคุณ จะรอช้าอยู่ทำไมมาไขคำตอบกันได้เลย
16. หลักฐานครบ อนุมัติเงินกู้ไม่ล่าช้า ถ้าแผน "ลงหลักปักฝัน" ต้องล่าช้าออกไป เพียงเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ คุณคงหงุดหงิดไม่น้อย ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ฝันของคุณเคว้งคว้าง มาดูหลักฐานสำคัญที่คุณต้องเตรียมเลยดีกว่า
17. อย่ามัวแต่ดีใจ เมื่อเงินกู้ที่ขอได้อนุมัติ เมื่อธนาคารอนุมัติเงินกุ้ตามที่ใจคุณต้องการแล้ว อย่ามัวดีใจแล้วนิ่งนอนใจไม่ดำเนินงานต่อ เพราะคุณยังมีภารกิจต่างๆ ที่ต้องลงมือปฎิบัติ ดังต่อไปนี้
18. ภาคผนวก:หลักเกณฑ์ควรรู้ ก่อนกู้เงิน ภาคผนวกนี้ได้รวบรวมหลักเกณฑ์ทั่วไปที่คุณจะต้องใช้เมื่อคิดจะกู้เงินซื้อบ้านเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกไปเสาะหาบ้านในฝันอย่างมั่นใจ